สื่อสิ่งพิมพ์
การแบ่งประเภทของสิ่งพิมพ์
สื่อสิ่งพิมพ์ที่ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกวันนี้จำนวนมาก
การจัดหมวดหมู่หรือแบ่งประเภทสื่อสิ่งพิมพ์เป็นประเภทต่าง ๆ แบ่งได้เป็น 4
กลุ่มใหญ่ ดังนี้
1.หนังสือพิมพ์ (Newspaper)
2.นิตยสาร (Magazine) และวารสาร (Journals)
นิตยสารเป็นรายปักษ์ที่กำหนดเวลาออกแน่นอน เสนอเนื้อหาหลายแบบทั้งบทความ สารคดี
และเนื้อหาที่ให้ความรู้ ความบันเทิง
วารสารคือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการที่จัดพิมพ์โดยสถาบันสมาคม หน่วยงานของรัฐบาลและเอกชน
ไม่เน้นเรื่องทางบันเทิง
3.หนังสือเล่ม (Book)
เป็นหนังสือที่ไม่ได้ออกเป็นวาระ หรือรายประจำ เนื้อหา
ภายในเล่มจะเป็นเรื่องเดียวกัน หรือมีผู้เขียนคนเดียวตลอดทั้งเล่ม
4.สิ่งพิมพ์เฉพาะกิจ เช่น โปสเตอร์ ป้ายประกาศ
เอกสารแผ่นพับ ใบปลิว สูจิบัตร หรือจุลสาร เป็นต้น สิ่งพิมพ์เฉพาะกิจหมายถึง
สิ่งพิมพ์ที่ใช้เฉพาะงานด้านใดด้านหนึ่ง เช่น งานประชาสัมพันธ์ งานโฆษณา
งานสื่อสารภายในองค์กร งานรณรงค์ในโครงการต่าง ๆ และงานให้การศึกษาแก่ประชาชน
เป็นต้น สิ่งพิมพ์เฉพาะกิจหมายรวมถึงสิ่งพิมพ์ทุกประเภท
แต่ไม่มุ่งหวังแสวงหาผลกำไรเป็นจุดประสงค์หลัก
การออกแบบหนังสือ (BOOK DESIGN)
การออกแบบสำหรับพิมพ์หนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์
วารสาร ตลอดจนเอกสารตำราทางวิชาการต่าง ๆ
จัดว่าเป็นข่ายงานที่มีการผลิตเป็นจำนวนมาก โดยใช้องค์ประกอบ พื้นฐานสำคัญ 2 ประการ
คือ ตัวอักษรและภาพประกอบต่าง ๆ มาสร้างสรรค์ขึ้น
ขนาดของหนังสือ
ขนาดของหนังสือ มักนิยมเรียกตามวิธีตัดกระดาษเรียก
หน้ายก ดังนั้นการออกแบบพิมพ์หนังสือนิตยสารต่าง ๆ
ผู้ออกแบบจึงควรจะได้ดูรายละเอียดเกี่ยวกับกระดาษไว้ดังนี้
ขนาดของกระดาษ กว้าง X ยาว
มีหน่วยเป็นมิลลิเมตรและเป็นนิ้วตามมาตรฐานสากล
Paper Size
A
sizeMillimetersInches
A0841 X 118933.11 X 46.81
A1594 X 84123.39 X 33.11
A2420 X 59416.54 X 23.39
A4210 X 2978.27 X 11.69
A5148 X 2105.83 X 8.27
A6105 X 1484.13 X 5.83
A774 X 1052.91 X 4.13
กระดาษแผ่นใหญ่มาตรฐานสากล ซึ่งใช้อยู่ในประเทศไทยมี
2 ประเภท คือ
-ประเภท กว้าง 31 นิ้ว ยาว 43 นิ้ว
-ประเภท กว้าง 24 นิ้ว ยาว 35 นิ้ว
กระดาษแผ่นใหญ่มาตรฐาน
พับได้ 4 ส่วน เรียกว่า 4 หน้ายก
พับได้ 8 ส่วน เรียกว่า 8 หน้ายก
พับได้ 16 ส่วน เรียกว่า 13 หน้ายก
พับได้ 32 ส่วน เรียกว่า 32 หน้ายก
4 หน้ายก ปกติจะเป็นหนังสือพิมพ์
8 หน้ายก เป็นหนังสือขนาดใหญ่ มี 8
หน้ายกใหญ่และเล็ก
16 หน้ายก เป็นหนังสือขนาดกลาง มี
16 หน้ายกใหญ่และเล็ก
32 หน้ายก เป็นหนังสือขนาดเล็ก
มี 32 หน้ายกใหญ่และเล็ก
ขนาดหน้ายกของหนังสือทั่วไป มีดังนี้
1 หน้ายก ขนาดที่แพร่หลาย คือ 31 X 43
4 หน้ายก ขนาดประมาณ 14.5 X 22.5 หรือขนาดใกล้เคียง
8 หน้ายก ขนาดประมาณ 7.5 X 10.25 หรือขนาดใกล้เคียง
16 หน้ายก ขนาดประมาณ 5 X 7.25 หรือขนาดใกล้เคียง
32 หน้ายก ขนาดประมาณ 3 X 4.5 หรือขนาดใกล้เคียง
ขนาดความหนาของหนังสือตามปริมาณกระดาษ
เรียกตามภาษาธุรกิจการพิมพ์ว่า ยก ดังนั้นกระดาษแผ่นใหญ่แผ่นหนึ่ง
จะเป็นปริมาณกระดาษ 4 ยก
กระดาษในท้องตลาดทั่วไป
จะขายเป็นม้วนหรือเรียกว่า ลูก ปริมาณกระดาษ น้ำหนัก 30 กิโลกรัม เรียกว่า 1 รีม
1 รีม มีกระดาษ 500 แผ่น
1 รีม ปริมาณกระดาษ 2,000 ยก
รูปแบบที่ดีของหนังสือ
ควรเป็นรูปแบบที่ทำให้อ่านได้ง่าย และมีระเบียบ มีความประณีต สวยงาม ชัดเจน
รูปแบบหนังสือมีความสอดคล้องกับประเภทของหนังสือ เช่น ตำราเรียน หนังสือเด็ก วารสาร
ฯลฯ
กระบวนการออกแบบทำต้นฉบับ
ข้อพิจารณาก่อนการออกแบบต้นฉบับ
1.
พิจารณารูปแบบสื่อที่จะต้องดำเนินการ
โดยการเน้นลักษณะสื่อให้เหมาะสมกับกลยุทธ์การใช้งาน
เพราะสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละอย่างมีความจำกัดในรูปแบบของนำเสนอที่แตกต่างกัน
การออกแบบจัดหน้าในงานสิ่งพิมพ์
งานออกแบบสิ่งพิมพ์ที่มีความสวยงาม อ่านง่าย
มีความเป็นระเบียบ ย่อมจะดึงดูดความสนใจได้ดี
วิธีการออกแบบเพื่อจัดหน้าหนังสือในงานสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ส่วนประกอบที่ปรากฏ
ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการจัดหน้าที่ต้องคำนึงถึงได้แก่
-ส่วนพาดหัว (Head Line)
-กอปปี้บล็อก (Copy Block or Column)
-งานศิลปะ (Art work)
-ภาพเครื่องหมาย (Logo or Trade Marks)
-เส้นและพื้นผิว (Line & Textures)
-ความต่อเนื่อง (Continuity)
ขั้นตอนการออกแบบจัดหน้า
1.
ส่วนข้อความพาดหัว (head Line) ได้แก่
ข้อความหัวเรื่องและส่วนหัวเรื่องรอง ให้เขียนร่างลักษณะตัวอักษรหยาบ ๆ
โดยกำหนดขนาดความสูงของตัวอักษร แบบตัวอักษร
ตลอดจนการกำหนดขนาดน้ำหนักความเข้ม-อ่อนของตัวอักษร พิจารณาตำแหน่งการวาง
2.
คอลัมน์หรือกอปปี้บล็อก (Column or Copy Block)
การกำหนดขนาดของคอลัมน์จะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบสองส่วนคือ ส่วนแรกได้แก่
การพิจารณาถึงขนาดของพื้นที่ ทั้งหมดที่มีมากน้อยเพียงใด และส่วนที่สอง
พิจารณาถึงขนาดข้อความมีมากน้อยหรือไม่
2.1 กรณีที่มีสาระเนื้อหาค่อนข้างมาก
การกำหนดคอลัมน์ควรกำหนดในลักษณะแนวนอนจะเหมาะสมกว่าแนวดิ่ง
เพราะการใช้พื้นที่ในแนวนอนจะใช้น้อยกว่าการออกแบบกำหนดคอลัมน์ในแนวดิ่ง
ซึ่งจะทำให้ดูรู้สึกว่าเนื้อหายาว ไม่น่าอ่าน
2.2
การกำหนดขนาดของคอลัมน์
สำหรับงานที่มีเนื้อหาสาระยาวจะทำให้การใช้เนื้อที่น้อยกว่าการกำหนดคอลัมน์แคบ
และขนาดของคอลัมน์กว้างจะทำให้ รู้สึกน่าอ่านมากกว่า
2.3
ขนาดของคอลัมน์จะต้องสัมพันธ์กับลักษณะเฉพาะของสื่อ
ไม่ว่าจะกำหนดให้กว้างหรือแคบเท่าใด จะต้องพิจารณาถึงขนาดพื้นที่ทั้งหมด
การออกแบบแผ่นพับ
เป็นสื่อที่นิยมอีกประเภทหนึ่งของการประชาสัมพันธ์
แผ่นพับที่ดีควรมีค่าแห่งความน่าสนใจสูงสูง
ให้ภาพพจน์ของสินค้าและความน่าเชื่อถือรวมทั้งรายละเอียดเพียงพอที่สามารถ
เข้าใจได้ง่าย
ลักษณะการพับไม่ควรซับซ้อนจนผู้อ่านไม่สามารถทราบว่าหน้าไหนต่อจากหน้าไหน
ขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป
การพับ
ลักษณะทั่วไปที่นิยมใช้ในการพับ
1.พับกลางหนึ่งครั้ง (Single Fold)
กระดาษแผ่นพับกลางครึ่งหนึ่ง ให้ขอบหน้า ทับกันสนิทจะได้หนังสือ 4 หน้า
2.พับมุมฉาก (Right
Angle Fold) คือ พับตรงกลางกระดาษความยาวครึ่งหนึ่ง
แล้วพับกลางกระดาษที่พับแล้วตัดกับมุมฉากที่พับครั้งแรก การพับครั้งที่ 2
จะได้หน้าหนังสือ 8 หน้า ถ้าพับฉากอีกครั้งที่ 3 จะได้ 16 หน้า
3.การพับฝรั่งเศส
เรียกว่า FRENCH FOLD เป็นการพับแบบมุมฉาก 2 ครั้ง
การพับแบบนี้มักใช้สำหรับการพับการ์ดหนังสือ ที่เรียกว่า leaflet การพับ 6 หน้า
เป็นการพับทางยาวจากสองปลายโดยพับ 2 รอบ แบ่งการพับตามยาวเป็น 3 ส่วน
พับจากปลายเข้ามาตรงรอยแบ่งทั้ง 2 แห่ง โดยกระดาษทั้ง 2 ด้านพับซ้อนกัน
4.การพับชนิดหีบเพลงชัก (Accordian Fold) คือ
การพับกระดาษทางยาว โดยมากพับเป็นแผ่นยาวมาก โดยพับทางซ้ายรอบหนึ่ง
แล้วกลับทางขวาอีกรอบสลับกัน
ให้หน้ากระดาษพับซ้อนกันในลักษณะเหมือนสมุดข่อยโบราณ
5.การพับขนาน (Parallel Fold)
คือการพับกระดาษหลายครั้ง ในด้านเดียวกันตลอด เช่น พับกระดาษครั้งแรกตามแนวยาว
โดยเอาปลายกระดาษของสองปลายมาบรรจบกัน พับครั้ง 1
แล้วก็พับกระดาษที่พับไว้แล้วทางด้านเดิมอีกไปเรื่อย ๆ
6.การพับในลักษณะพิเศษอื่น ๆ
อาจพับจากมุมเข้ามาตรงกลาง หรือพับบางส่วนในแผ่นล้ำกันอยู่ซึ่งนิยมในการพับการ์ด
และสิ่งที่ใช้เพื่อการโฆษณาต่าง ๆ เป็นพิเศษ
ข้อความที่ใช้ในแผ่นพับควรสั้น กระชับ แต่ได้ใจความ
ไม่สับสน เข้าใจง่าย มีเนื้อหาไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ควรมีคำพูดที่ดึงดูดความสนใจ
การใช้ภาพประกอบจะช่วยให้น่าสนใจและเข้าใจง่ายขึ้น